ตม.สงขลา สนธิกำลังตำรวจท่องเที่ยว รวบอดีตข้าราชการกรมการปกครอง-ฝ่ายมั่นคง เจ้าของรีสอร์ตริมทะเล ซุกชาวบังคลาเทศ-เมียนมา 22 คน รอส่งต่อมาเลเซีย ขณะที่เจ้าตัวยังปฏิเสธ ไม่รู้เรื่อง

ตม.สงขลา สนธิกำลังตำรวจท่องเที่ยว รวบอดีตข้าราชการกรมการปกครอง-ฝ่ายมั่นคง เจ้าของรีสอร์ตริมทะเล ซุกชาวบังคลาเทศ-เมียนมา 22 คน รอส่งต่อมาเลเซีย ขณะที่เจ้าตัวยังปฏิเสธ ไม่รู้เรื่อง


ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. สั่งการผ่าน พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปชก.ตร. , พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. , พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. ให้ตรวจคนเข้าเมืองทั่วประเทศเข้มงวดในการคัดกรองบุคคลเข้า-ออก ประเทศโดยละเอียด รวมไปถึงบูรณาการด้านการข่าวเพื่อระดมกวาดล้างอาชญากรรมก่อนเทศกาลสงกรานต์


ล่าสุด เมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2569 เวลาประมาณ 16.30 น. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผบก.ตม. 6, พ.ต.อ.ศุภโชค หยงสตาร์ รอง ผบก.ตม.6 ,พ.ต.อ.ภาณุภาคยณ์ จิตต์ประยูรตี รอง ผบก.ตม.6 ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.สรธรรศจ์ เอี่ยมละออ ผกก.ตม.จว.สงขลา นำกำลังชุดสืบสวนลงพื้นที่ปฏิบัติการ โดยมี พ.ต.ท.พงษ์ศิริ พิทักษ์ สารวัตร ตม.จว.สงขลา นำกำลังตำรวจชุดสืบสวน ตม.สงขลา และตำรวจท่องเที่ยว กองกำกับ 3 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 3 และตำรวจท่องเที่ยว สถานีตำรวจท่องเที่ยวหาดใหญ่ ไปตรวจสอบที่วังหนาว แคมป์ปิ้งแอนด์รีสอร์ต หมู่ 7 ตำบลนาทับ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา หลังสายข่าวแจ้งว่า มีการนำพาแรงงานหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย มาพักไว้ในรีสอร์ตดังกล่าว


โดยทันทีที่เข้าไปในรีสอร์ต ห้องพักที่ไว้เปิดบริการนักท่องเที่ยวถูกปิดอยู่ แต่ตำรวจได้กลิ่นเหม็นอับ และได้ยินเสียงคนพูดคุยกันเป็นภาษาต่างประเทศ เล็ดรอดออกมาจากอาคารร้างภายในรีสอร์ต เมื่อเปิดผ้าใบที่กางปิดกั้นอยู่ ก็พบทางเดินแคบ ๆ เมื่อเดินเข้าไป ก็พบทางเดินเข้าไปในห้องดังกล่าว ก็ต้องตกใจ เพราะพบชาวต่างประเทศ นั่งแออัดกันอยู่ในความมืดภายในห้อง จำนวน 22 คน เป็นชาย สัญชาติบังคลาเทศ 21 คน และหญิง 1 คน สัญชาติเมียนมา อายุตั้งแต่ 20-46 ปี จึงแจ้งขอกำลังเสริม


ก่อนนำตัวทั้งหมด ออกมาจากห้องดังกล่าว ซึ่งทันทีที่ออกมาได้ ก็มีการทวงถามโทรศัพท์ โดยแจ้งว่า ถูกเจ้าของรีสอร์ตยึดไว้ ตำรวจจึงสอบถามจากนายกฤติเดช อายุ 66 ปี เจ้าของรีสอร์ต แต่นายกฤติเดช ปฏิเสธว่าไม่รู้เห็น ตำรวจจึงค้นหาในห้องพักนายกฤติเดช รอบแรก แต่ก็ไม่พบ แต่ชาวบังคลาเทศ ก็ยืนยันหนักแน่น และชี้ไปทางเดียวกันว่า โทรศัพท์ ถูกนายกฤติเดช ยึดไป พร้อมทำมือว่า อยู่ในกล่องเล็กๆ 2 ใบ จึงค้นหาอีกครั้ง ก่อนไปพบว่า โทรศัพท์ชาวบังคลาเทศ 16 เครื่อง ถูกเก็บไว้ในกล่องพัสดุขนาดเล็ก 2 ใบ แล้วซุกซ่อนไว้ใต้เตียงนอน มีขวดน้ำวางบังสายตา ทำให้นายกฤติเดช ถึงกับหน้าถอดสี ยอมจำนนด้วยหลักฐาน และในห้องพัก ก็ยังพบชุดข้าราชการสีกากี แขวนอยู่ข้างฝาผนัง 1 ตัว


ขณะที่จากการสอบถามนายกฤติเดช ก็ยังให้การปฏิเสธว่า ตนเพิ่งกลับมาที่รีสอร์ตแห่งนี้ และไม่รู้ว่า มีชาวต่างชาติมาหลบซ่อนอยู่ในรีสอร์ตได้อย่างไร ส่วนโทรศัพท์ที่ตำรวจยึดได้ ก็คาดว่า คนขับรถนำพาชาวบังคลาเทศ ไปแอบไว้ในห้องพักของตน ที่ไม่ได้ล็อกกุญแจ แล้วหลบหนีไป ซึ่งระหว่างการค้นในรีสอร์ต นายกฤติเดช มีสีหน้าเคร่งเครียดตลอดเวลา
หลังควบคุมตัวทั้งหมด ตำรวจชุดจับกุม จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาไปสอบสวนที่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสงขลา


ซึ่งนายกฤติเดช เจ้าของรีสอร์ต ให้การปฏิเสธว่า ไม่มีส่วนรู้เห็นกับการนำพาแรงงานหลบหนีเข้าเมืองกลุ่มนี้มาพักอาศัย แต่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อ เพราะอาคารร้างหลังนี้ มีทางเข้า-ออก แค่ 2 ทาง และต้องผ่านกลางรีสอร์ตเท่านั้น
ขณะที่แรงงานชาวบังคลาเทศ ให้การผ่านล่ามแปลภาษาว่า พวกตนต้องการไปทำงานที่ประเทศมาเลเซีย โดยต้องจ่ายค่าเดินทางให้นายหน้าคนละ 700,000 ธากา หรือ ประมาณ 180,000 บาท

จากนั้นก็เดินทางด้วยเครื่องบินจากประเทศบังคลาเทศ มายังประเทศกัมพูชา และเมื่อวันที่ 4 เมษายนที่ผ่านมา ก็เดินเท้าข้ามชายแดนผ่านช่องธรรมชาติ ที่จังหวัดสระแก้ว แล้วมีคนมารับนำพาไปพักที่โรงแรมแห่งหนึ่ง 2 วัน จากนั้น ก็มีรถมารับเป็นทอดๆ กระทั่งช่วงตี 5 วันที่ 8 เมษายน รถกระบะตู้ทึบ นำพามาส่งไว้ที่รีอร์ตดังกล่าว แล้วคนขับก็ลงจากรถไปพูดคุยกับนายกฤติเดช ก่อนจะนำพาเข้าไปอยู่ในห้องในอาคารร้างในรีสอร์ต โดยคนขับรถ แจ้งกับชาวบังคลาเทศว่า โทรศัพท์ทั้งหมด อยู่ที่นายกฤติเดช

ส่วนหญิง อายุ 20 ปี สัญชาตเมียนมา ให้การว่า ตนต้องการไปสามีที่ไปทำงานอยู่ในประเทศมาเลเซีย ซึ่งสามีเป็นคนจ่ายค่าเดินทางให้นายหน้าทั้งหมด โดยเมื่อวันที่ 5 เมษายน ที่ผ่านมา ตนข้ามชายแดนไทย-เมียนมา ช่องทางธรรมชาติ ด้านจังหวัดเชียงราย หลังจากนั้นมีรถกระบะ มารับไปส่งไว้ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ก่อนที่วันที่ 7 เมษายน จะมีการรถกระบะตู้ทึบ คันเดียวกับที่ไปรับชาวบังคลาเทศ มารับตนที่บ้านหลังกล่าว แล้วมาส่งที่รีสอร์ตพร้อมกับชาวบังคลาเทศ
หลังสอบสวน ตำรวจแจ้งข้อหานายกฤติเดช ข้อหา ให้ที่พักพิงซ่อนเร้นหรือช่วยเหลือด้วยประการใด ๆ แก่คนต่างด้าวที่เดินทางเข้ามาผิดกฎหมายเพื่อให้พ้นจากการจับกุมของพนักงานเจ้าหน้าที่ ส่วนชาวบังคลาเทศและเมียนมา แจ้งข้อหา เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนนำตัวทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.ควนมีด ดำเนินคดี
สำหรับ นายกฤติเดช อายุ 66 ปี เจ้าของรีสอร์ต จากการตรวจสอบพบว่า เป็นอดีตข้าราชการฝ่ายปกครองและฝ่ายความมั่นในพื้นที่มานานหลายปี อาทิ รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจสงขลา ,ปลัดอำเภอนาหม่อม,ปลัดอำเภอเทพา , ปลัดอำเภอหาดใหญ่ , ผู้บังคับกองร้อย อส.จังหวัดสงขลา , ผู้ช่วยป้องกันจังหวัดสงขลา , หัวหน้ากลุ่ม พัฒนาระบบการรักษาความปลอดภัย ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้, และไปเกษียณอายุราชการที่กรมการปกครอง

 

นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา
/////

Related posts