ประธานชมรมข้าราชการบำนาญกระทรวงมหาดไทย เปิดบ้านรับ”พ่อเมือง”สงขลาคนใหญ่”ติวเข้ม”ก่อนเปิดเมือง

ประธานชมรมข้าราชการบำนาญกระทรวงมหาดไทย เปิดบ้านรับ”พ่อเมือง”สงขลาคนใหญ่”ติวเข้ม”ก่อนเปิดเมือง

 


ที่บ้านพักนายวิสุทธิ์ สิงหขจรวรกุล อดีตรองปลัดกระทรวงมหาดไทยและอดีต ผอ.ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ( ศอ.บต.) ปัจจุบันเป็นประธานชมรมข้าราชการบำนาญกระทรวงมหาดไทยภาคใต้ตอนล่าง ที่ ต.บ้านไร่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้มีการเปิดบ้านเพื่อต้อนรับนายเจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และภรรยา ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาคนใหม่ ที่เพิ่งเดินทางมารับตำแหน่ง เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยมีสมาชิกของชมรมฯ ซึ่งประกอบด้วย อดีต รัฐมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด ปลัดจังหวัด หัวหน้าสำนักงานจังหวัด นายอำเภอ และภรรยา ให้การต้อนรับ และร่วม “เสวนา” ถึงปัญหาของ จ.สงขลา ให้กับ ผู้ว่าราชการจังหวัดคนใหม่ได้รับทราบ รวมทั้งแนวทางในการแก้ไข
ซึ่งในการต้อนรับและเสวนาในครั้งนี้ ได้มีการเชิญบุคคลภายนอกที่ไม่ได้เป็นสมาชิกของชมรมฯ เข้าร่วมด้วย อาทิ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบ้านไร่ ประธานสภาเทศบาลฯ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตัวแทนจากบริษัทหาดทิพย์ จำกัด ( มหาชน ) และนายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล นายกสมาคม นักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย,นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย และหัวหน้าศูนย์ข่าวภาคใต้ตอนล่างหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ เป็นต้น


ในการเสวนา ให้ข้อคิดเห็น เพื่อการแก้ปัญหาของ จ.สงขลา นายวิสุทธิ์ สิงห์ขจรวรกุล ผู้นำเสวนา ได้กล่าวถึงภาพรวมของ จ.สงขลา เช่นเรื่องการระบาดของ โควิด 19 ที่ยังมีผู้ติดเชื้อเป็นจำนวนมาก ปัญหาของ สิ่งแวดล้อม ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และนายบัญญัติ จันทร์เสนะ อดีต ผวจ.สงขลา อดีตรัฐมนตรีช่วยกระทรวงมหาดไทย ได้พูดถึง ความร่วมมือของท้องถิ่น ท้องที่ ซึ่งสามารถเป็นพลังในการขับเคลื่อนของของผู้ว่าราชการจังหวัดได้เป็นอย่างดี นายธรรมรงค์ เจริญกุล อดีตผู้ว่าราชการจ.พังงา และ จ.สงขลา ได้กล่าวถึง ปัญหา อุปสรรค ในการปฏิบัติหน้าของผู้ว่าราชการจังหวัด ว่าต้องทำอย่างไร จึงจะสามารถบรรลุเป้าหมาย และมีงานสำคัญที่คั่งค้างอยู่เพื่อรอให้มีการสานต่อ นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล ได้กล่าวถึงปัญหาเร่งด่วนที่ จ.สงขลา ต้องเร่งดำเนินการ 1. ต้องหาวัคซีนมาฉีดให้ครอบคลุมจำนวนประชากร และ

2. ต้องลดจำนวนผู้ติดเชื้อในจังหวัดให้ได้ โดยต้องมีการ”บูรณาการ” ระหว่าง ท้องที่ ท้องถิ่น ฝ่ายปกครอง นายอำเภอต้องเป็นหลักในการดำเนินการ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับ เอกชน ที่ ขณะนี้มีความพร้อมที่จะ ขับเคลื่อน หาดใหญ่แซนด์บล็อก และ ด่านนอกแซนด์บล็อก เพื่อการเปิดเมือง โดยเน้นย้ำว่า เอกชนมีความพร้อมแล้วที่จะ ขับเคลื่อน ขอให้ส่วนราชการสร้างความมั่นใจกับภาคเอกชน และประชาชน ส่วนเรื่อง สิ่งแวดล้อม มีปัญหาเร่งด่วนที่จังหวัดต้องเข้าไปดูแล คือเรื่องของ โรงงานกำจัดขยะของบริษัท “จีเด็ด” ที่ ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ ซึ่งขณะนี้จำนวนขยะที่รับจากเทศบาลเมืองควนลังและเทศบาลนครหาดใหญ่ มีจำนวนมากเกินขีดความสามารถของเครื่องจักรของโรงงานที่นำขยะไปผลิตเป็นไฟฟ้า จึงมีการนำขยะที่เหลือไปทิ้งข้างนอก ลำพังโรงงานแก้ปัญหานี้ไม่ได้ เทศบาล และ ฝ่ายปกครอง ต้องร่วมหาทางออก การให้โรงงานเสียค่าปรับในการผิดสัญญา ไม่ได้ทำให้จำนวนกองขยะหายไป ปัญหายังอยู่กับประชาชนโดยตลอด เป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ จังหวัด ต้องเข้ามาร่วมแก้ปัญหาก่อนที่จะบานปลายมากขึ้น


หลังจากนั้นนายเจษฎาฯ ได้กล่าวขอบคุณประธานชมรมข้าราชการบำนาญ และสมาชิกที่มาร่วมต้อนรับ พร้อมทั้งแจ้งต่อไปว่า หลังมารับตำแหน่งได้เรียกประชุมข้าราชการหลายฝ่าย เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะการระบาดของ โควิด 19 ของ จ.สงขลา ที่ตัวเลขยังสูง พร้อมการวางนโยบายใหม่ หากหน่วยงานไหน หรือข้าราชการคนไหนไม่ให้ความสนใจก็จะต้องพิจารณากันไป ได้มีการประชุมร่วมกับภาคเอกชนในเรื่องการ ขับเคลื่อน หาดใหญ่แซนด์บล็อก เพื่อการเปิดเมืองใน วันที่ 1 ธันวาคม ที่จะถึงนี้ หลายอย่างได้ดำเนินการไปแล้ว และจะนำความคิดเห็นจากการเสวนาในวันนี้ไปขับเคลื่อนต่อ โดยขอเวลา 1 เดือน ในการวางกรอบของการทำงาน ขอให้เชื่อมั่นว่าจะใช้ความรู้ความสามารถที่มีอยู่อย่างเต็มที่เพื่อนำ จ.สงขลา ไปสู่เป้าหมายตามความคาดหวังของทุกภาคส่วน

 

นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา

Related posts