กธม.ทหาร วุฒิสภา สัมมนาใหญ่ “อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ หวังให้ กองทัพ เข้มแข็งด้วยขาตนเอง

นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล โฆษก กรรมาธิการทหารและความมั่นคงของรัฐ และ ประธานอนุกรรมธิการกิจการทหารด้านไซเบอร์ เทคโนโลยี อาวุธ ยุทโธปกรณ์ และ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เปิดเผยว่า คณะอนุฯไซเบอร์ มีการจัดจัดมนา เรื่อง การยกระดับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศไทย ในวันอังคารที่ 8 กันยายน 2569 ในเวลา 8.00-16.00 น. ณ ห้องประชุมสัมมนา บี 1 -2 ชั้น บี 1 อาคารรัฐสภา

 


สำหรับการจัดการสัมมนาครั้ง สืบเนื่องจาก สถานการณ์ความมั่นคงในปัจจุบัน ประเทศไทยยังมีปัญหาความขัดแย้งในแนวชายแดน ทั้งด้านตะวันออก ที่ติดกับ กัมพูชา ด้านตะวันตกที่ติดกับเมียนมา ซึ่งมีการสู้รบ ระหว่างรัฐบาลเมียนมา กับ กลุ่มชาติพันธุ์ และไทยได้รับผลกระทบ รวมทั้งปัญหาการบ่งแยกดินแดนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ หน่วยงานความมั่นคง และ กองทัพ ต้องมีความพร้อม ในเรื่องของ อาวุธ ยุทโธปกรณ์ เทคโนโลยี ซึ่ง ปัจจุบัน รูปแบบของการ สู้รบ การทำ สงคราม มีการปรับเปลี่ยน มีความก้าวหน้า ซึ่งสังเกิดได้จากการที่ สู้รบระหว่าง กองทัพไทยกับ กัมพูชา การสู้รบ ระหว่าง รัสเซีย กับ ยูเครน และการ สู้รบ ในตะวันออกกลาง ระหว่าง สหรัฐอเมริกา กับ อิหร่าน เป็นต้น
จะเห็นถึง บทบาทของ โดรน และ อาวุธยุทธโทปกรณ์ สมัยใหม่ เรื่องของ อวกาศ ก็เป็นเรื่องที่มีความสำคัญในการ ทำสงคราม สมัยใหม่ ซึ่งในประเทศไทย จำเป็นที่ หน่วยงานความมั่นคง กองทัพ ต้องมีการปรับรูปแบบ ให้ทันสมัย ในเรื่องของ กองทัพโดรน ในเรื่อง เทคโนโลยี ยุทธปกรณ์ เพื่อการรับมือกับ ปัญหา ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกขณะ


โดยข้อเท็จจริง อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ของคนไทย ไม่ได้ ล้าหลัง บริษัทเอกชน หลายบริษัท มีขีดความสามารถ ในการผลิต อาวุธ ยุทโธปกรณ์ หลายชนิด จนสามารถส่งขายให้กับ กองทัพ ของต่างประเทศได้ และ หน่วยงานของ กองทัพ หล่ายหน่วย ก็สามารถ ผลิตอาวุธ ยุทธโปกรณ์ ใช้ได้เอง เช่น ปืนยิงเร็ว กระสุนปืน กระสุนปืนใหญ่ และอื่นๆ เอกชน และ สถาบันการศึกษาของไทย มีความสามารถในการสร้างดาวเทียม และส่งขึ้นไปสู่วสงโคจร เพียงแต่ผลิตออกมาแล้ว กองทัพ และ หน่วยงานความมั่นคง ยังมีข้อขัดข้อง ในการที่จะซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์จาก บริษัทเอกชน และ ของหน่วยงานของรัฐเอง ซึ่งยังติดทั้งข้อกฎหมาย และระเบียบต่างๆ ที่ล้าหลัง และไม่มีการแก้ไขให้สอดคล้องกับ สถานการณ์ของปัจจุบัน ซึ่งอนุกรรมธิการกิจการทหารด้าน ไซเบอร์ มีการตั้งคณะทำงานในหลายด้านด้วยกัน เช่นการศึกษาเรื่อง โดรน เรื่อง อวกาศ และ เรื่องของ กฎหมาย เพื่อ ผลักดัน ให้ รัฐบาล เห็นชอบในการ ส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เพื่อให้ ประเทศไทย สามารถ ปลดล็อค ในข้อกฎหมาย ที่เป็นปัญหาอุปสรรค ของ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ รวมทั้งการให้ทุนในการ วิจัย การ ส่งเสริม สถานบันการศึกษา และ หน่วยงานของกองทัพ ที่มีขีดความสามารถ เพื่อเป็นการต่อยอดให้กับ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ มีความก้าวหน้า และ กองทัพ สามารถ ยืนบนขาตนเอง หรือไม่ต้อง ยืมจมูกต่างชาติหายใจ ในยามมีภาวะศึกสงครามเกิดขึ้น

ในการจัด สัมมนาครั้งนี้ ภาคเข้า เป็นการนำเสนอของหน่วยงานความมั่นคง เช่น ความต้องการของกองทัพ ระบบวิจัยและพัฒนา ด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศ มาตรฐานทางทหาร และการรับรองคุณภาพอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เพราะที่จะได้รู้ถึงความต้องการของกองทัพ ในเรื่อง อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ส่วนภาคบ่ายเป็นการนำเสนอของเอกชนที่อยู่ใน อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ในหัวข้อ การมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ การปรับปรุงกฎหมายเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และ การส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของประเทศไทย ซึ่งในการ สัมมนา ครั้งนี้ มีการเชิญ วิทยาการ ที่มีความรู้ ความเข้าใจ ทั้งของภาครัฐ และ เอกชน เพื่อที่จะเป็นหนทางในการ ปลดล็อค ในข้อกฎหมาย และ อื่นๆ ที่กลายเป็น ปัญหา อุปสรรค ของ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ซึ่งคณะกรรมาธิการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา หวังว่าการจัดสัมมนาครั้งนี้ จะเป็นการจุดประกาย ให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ให้เป็นไปในทิศทางที่ถูกต้อง เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติในอนาคต

นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา

Related posts