อบจ.สงขลาเดินหน้าเปิดบริการรถโดยสารสาธารณะพลังงานไฟฟ้า BUS EV นำร่องรอบเมืองหาดใหญ่ จำนวน 8 คัน หวังลดค่าครองชีพประชาชน ลดมลพิษทางอากาศ และส่งเสริมการท่องเที่ยว เผยแผนศึกษาครอบคลุม 5 แนวเส้นทางทั่วจังหวัด พร้อมต่อยอดใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในสถานีชาร์จรถไฟฟ้า และศึกษาการสร้างรายได้จากคาร์บอนเครดิตในอนาคต

วันนี้ (20 ตุลาคม 2569) ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานเปิดให้บริการรถโดยสารสาธารณะพลังงานไฟฟ้า (BUS EV) นำร่องเส้นทางรอบเมืองหาดใหญ่ โดยมีนายสุพิศ พิทักษ์ธรรม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา พร้อมคณะผู้บริหารและหัวหน้าส่วนราชการร่วมเปิดบริการอย่างคึกคัก นับเป็นอีกก้าวของการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะของจังหวัดสงขลา ที่นำเทคโนโลยีพลังงานสะอาดมาเพิ่มทางเลือกในการเดินทางให้ประชาชน

นายสุพิศเปิดเผยว่า โครงการ BUS EV สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่ส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อลดมลพิษและฝุ่น PM2.5 อีกทั้งเป็นหนึ่งในนโยบายที่ตนผลักดันมาตั้งแต่ช่วงหาเสียงและการแถลงนโยบายต่อสภา อบจ.สงขลา โดยมุ่งหวังให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการลดภาระค่าเดินทางของครอบครัวที่ต้องส่งบุตรหลานไปโรงเรียน ซึ่งนายสุพิศระบุว่า ค่าเดินทางที่อาจสูงถึงคนละ 60 บาท สามารถลดลงเหลือ 30 บาทต่อคน สำหรับการเดินทางไป-กลับตามรูปแบบค่าโดยสารที่กล่าวถึง ช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของประชาชน
นอกจากนี้ การนำรถโดยสารพลังงานไฟฟ้ามาให้บริการยังมุ่งลดมลพิษจากยานพาหนะที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลต่อคุณภาพอากาศในเขตเมืองหาดใหญ่ รวมถึงปัญหาฝุ่นควันที่พัดมาจากประเทศเพื่อนบ้านในบางช่วงของปี ขณะเดียวกันยังช่วยยกระดับภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยวให้ทันสมัย รองรับนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียและนักท่องเที่ยวจากต่างพื้นที่ที่ต้องการทางเลือกการเดินทางที่สะดวกและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมช่วยลดจำนวนรถยนต์ส่วนบุคคลบนท้องถนน

สำหรับการดำเนินงานระยะแรก อบจ.สงขลาจัดรถ BUS EV จำนวน 8 คัน ให้บริการเส้นทางรอบเมืองหาดใหญ่ และอีก 6 คัน สำหรับเส้นทางคาบสมุทรสทิงพระเข้าสู่ตัวเมืองสงขลา ซึ่งมีกำหนดเริ่มให้บริการประมาณต้นปี 2570 นายสุพิศกล่าวว่า หลังทดลองเดินรถในพื้นที่หาดใหญ่มาประมาณ 2 สัปดาห์ พบว่าประชาชนให้ความสนใจและเรียกร้องให้เพิ่มจำนวนรถ แม้ยังมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ แต่ อบจ.สงขลาจะพยายามหาแนวทางขยายบริการให้ครอบคลุมพื้นที่ต่าง ๆ มากขึ้น

ทั้งนี้ จากการศึกษาและประเมินแนวเส้นทางทั้งหมด 22 เส้นทาง เพื่อคัดเลือกเส้นทางที่มีความเป็นไปได้ในการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านเกณฑ์ความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์และสร้างประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน พบว่ามีแนวเส้นทางที่เหมาะสมรวม 3 กลุ่ม จำนวน 5 แนวเส้นทาง โดยกลุ่มแรกเป็นเส้นทางนำร่องที่มีศักยภาพสูง ได้แก่ เส้นทางรอบเมืองหาดใหญ่ และเส้นทางสงขลา–สทิงพระ ส่วนกลุ่มที่ 2 ซึ่งเป็นแผนดำเนินงานระยะที่ 2 ประกอบด้วยเส้นทางรอบเมืองสงขลา และเส้นทางเชื่อมต่อท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ สถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ และสถานีขนส่งผู้โดยสารอำเภอหาดใหญ่ เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเดินทางระหว่างจุดคมนาคมสำคัญ รองรับทั้งประชาชนและนักท่องเที่ยว ขณะที่กลุ่มที่ 3 ซึ่งเป็นแนวเส้นทางในระยะสุดท้าย คือเส้นทางบ้านทุ่งรี–ตลาดสดเพิ่มทรัพย์

นอกเหนือจากการขยายเส้นทางเดินรถ โครงการยังพิจารณาเพิ่มจุดจอดรับ-ส่งผู้โดยสารบริเวณแหล่งกิจกรรมและจุดสำคัญตลอดแนวเส้นทาง เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้สะดวกยิ่งขึ้น พร้อมศึกษาการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบ Solar Rooftop ในบริเวณสถานีอัดประจุไฟฟ้า เพื่อนำพลังงานทดแทนมาใช้ภายในโครงการ ลดต้นทุนค่าไฟฟ้า และสนับสนุนเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ
อีกหนึ่งประเด็นที่น่าจับตาคือการต่อยอดสู่ตลาดคาร์บอน โดยหากโครงการสามารถวัดผลการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ตามหลักเกณฑ์และผ่านการรับรองตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ปริมาณการลดการปล่อยก๊าซดังกล่าวอาจพัฒนาเป็นคาร์บอนเครดิตเพื่อจำหน่าย สร้างรายได้กลับคืนสู่ท้องถิ่น และเสริมความมั่นคงทางการเงินให้กับ อบจ.สงขลาในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การดำเนินการดังกล่าวยังต้องผ่านกระบวนการประเมิน ตรวจสอบ และรับรองตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง

นายสุพิศกล่าวเชิญชวนประชาชนชาวสงขลาและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังอำเภอหาดใหญ่ให้ทดลองใช้บริการ BUS EV ของ อบจ.สงขลา โดยย้ำว่าโครงการนี้ไม่ได้มุ่งเพียงเพิ่มรถโดยสารรูปแบบใหม่ แต่เป็นการวางรากฐานระบบขนส่งสาธารณะยุคใหม่ที่ช่วยลดค่าใช้จ่าย ลดมลพิษ และส่งเสริมการท่องเที่ยว พร้อมตั้งเป้าขยายบริการให้ครอบคลุมเส้นทางสำคัญทั่วจังหวัด เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการเดินทางที่สะดวก ประหยัด และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นในอนาคต
นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา