คณะอนุกรรมาธิการกิจการทางทหารด้านไซเบอร์ฯ วุฒิสภา เห็นชอบรายงานการศึกษาสำคัญ 2 ฉบับ มุ่งยกระดับระบบต่อต้านโดรนและขีดความสามารถด้านอวกาศของกองทัพ

เมื่อวันพุธที่ 4 พฤศจิกายน 2569 เวลา 13.30 นาฬิกา ณ ห้องประชุม 405 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล ประธานคณะอนุกรรมาธิการกิจการทางทหารด้านไซเบอร์ เทคโนโลยี อาวุธยุทโธปกรณ์ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ในคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ได้จัดการประชุม ครั้งที่ 24/2569 โดยมีวาระสำคัญในการพิจารณารายงานผลการศึกษาที่ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว จำนวน 2 เรื่อง ได้แก่ การวิเคราะห์ความต้องการระบบต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ (Counter-Unmanned Aerial Systems: C-UAS) และ การใช้มิติอวกาศเพื่อปฏิบัติการทางยุทธการของกองทัพ

โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานด้านความมั่นคง เหล่าทัพ สถาบันการศึกษา และภาคอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ รวม 14 หน่วยงาน เข้าร่วมให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ประกอบด้วยหน่วยงานในสังกัดกระทรวงกลาโหม กองทัพอากาศ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมอุตสาหกรรมเพื่อการป้องกันประเทศ

สำหรับรายงานการศึกษาเรื่องแรก มุ่งวิเคราะห์ภัยคุกคามจากอากาศยานไร้คนขับรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งมีพัฒนาการและส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในปัจจุบัน โดยเสนอแนวทางพัฒนาระบบต่อต้านโดรนแบบบูรณาการ (System of Systems) ที่เชื่อมโยงเทคโนโลยีตรวจจับ การบัญชาการและควบคุม ตลอดจนมาตรการตอบโต้ทั้งแบบ Soft Kill และ Hard Kill ควบคู่กับการจัดทำยุทธศาสตร์ระดับชาติ การพัฒนาศูนย์อำนวยการระบบต่อต้านโดรน และการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคอุตสาหกรรม เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีและขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเองของประเทศ

ส่วนรายงานการศึกษาเรื่องที่สอง มุ่งเน้นการใช้ประโยชน์จากมิติอวกาศในฐานะปัจจัยสำคัญในการสนับสนุนการปฏิบัติการทางทหาร ทั้งด้านการสื่อสาร การเฝ้าตรวจและติดตามสถานการณ์ การข่าวกรอง และการสนับสนุนการตัดสินใจทางยุทธการ โดยเสนอให้เร่งพัฒนาขีดความสามารถด้านดาวเทียมของกองทัพ จัดหาข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศภายในประเทศ ตลอดจนบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานด้านอวกาศและภาคเอกชน เพื่อให้สามารถนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้ประโยชน์ทั้งในภารกิจด้านความมั่นคงและการช่วยเหลือประชาชนในกรณีเกิดภัยพิบัติ

ที่ประชุมได้พิจารณาและมีมติเห็นชอบรายงานผลการศึกษาทั้ง 2 ฉบับ พร้อมให้ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะเพิ่มเติม โดยเห็นควรให้ความสำคัญกับการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การพัฒนางานวิจัยและเทคโนโลยีภายในประเทศ ตลอดจนการทบทวนกฎหมายและระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการวิจัย การพัฒนา และการจัดหาเทคโนโลยีด้านความมั่นคง เพื่อเสริมสร้างศักยภาพอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ
ทั้งนี้ คณะอนุกรรมาธิการฯ จะนำรายงานผลการศึกษาทั้งสองฉบับพร้อมข้อเสนอแนะเสนอต่อคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ ต่อไป
นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา