คณะอนุกรรมาธิการกิจการทางทหารด้านไซเบอร์ เทคโนโลยี อาวุธยุทโธปกรณ์ และ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เชิญ กองทัพเรือชี้แจงการจัดซื้อเรือฟรีเกต และการแก้ปัญหาเรือหลวงภูมิพล

คณะอนุกรรมาธิการกิจการทางทหารด้านไซเบอร์ เทคโนโลยี อาวุธยุทโธปกรณ์ และ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เชิญ กองทัพเรือชี้แจงการจัดซื้อเรือฟรีเกต และการแก้ปัญหาเรือหลวงภูมิพล

เมื่อวันพุธที่ 21 ตุลาคม 2569 เวลา 13.30 นาฬิกา ณ ห้องประชุม 405 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล ประธานคณะอนุกรรมาธิการฯ เป็นประธานการประชุม โดยมีประเด็นสำคัญๆ ดังนี้

กองทัพเรือชี้แจงยืนยันความจำเป็นจัดหาเรือฟริเกต ชูนโยบาย Offset Policy พร้อมเปิดแผนเร่งซ่อมบำรุงเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช

 

ที่ประชุมพิจารณารับทราบความจำเป็น แนวทางการจัดหา และการจัดการเรือฟริเกต
ของกองทัพเรือ โดยมีสำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์ทหารเรือ เข้าร่วมประชุม ดังนี้
1. ความจำเป็นและแนวทางการจัดหาเรือฟริเกต กองทัพเรือเน้นย้ำความจำเป็นในการจัดหาเรือฟริเกตเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติและจุดยุทธศาสตร์ทางทะเล ที่เสี่ยงต่อการถูกปิดล้อม
โดยตามยุทธศาสตร์มีความต้องการเรือฟริเกตจำนวน 8 ลำ เพื่อดูแลทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน
แต่ปัจจุบันมีเรือขีดความสามารถเทียบเคียงเพียง 4 ลำ

ซึ่งเรือหลวงรัตนโกสินทร์มีกำหนดปลดประจำการในปี 2569 ส่วนชุดเรือหลวงนเรศวรและตากสินจะปลดประจำการในปี 2577 และ 2578 ตามลำดับ ส่งผลให้หลังปี 2578 จะเหลือเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดชเพียงลำเดียว
ทั้งนี้เรือฟริเกตใหม่ต้องมีขีดความสามารถปฏิบัติการต่อเนื่องหลายวัน และป้องกันภัยได้ 3 มิติ พร้อมระบบ Technical Data Link และโมดูลรองรับอากาศยานไร้คนขับ
สำหรับปีงบประมาณ 2569 ได้รับอนุมัติจัดซื้อ 1 ลำ วงเงินประมาณ 17,000 ล้านบาท โดยวิธีคัดเลือก ปัจจุบันอยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณาอุทธรณ์

 
2. การขับเคลื่อนนโยบาย Offset Policy กองทัพเรือเป็นหน่วยงานแรกที่นำ Offset Policy รวมไว้ใน TOR และใช้เป็นเกณฑ์ให้คะแนนในการคัดเลือก มีเงื่อนไขสำคัญคือ กำหนดให้ต่อเรือภายในประเทศไม่น้อยกว่า 20% ของมูลค่าเรือ พร้อมข้อเสนอ Direct และ Indirect Offset ซึ่งขีดความสามารถในการต่อเรือฟริเกตได้เองจะเกิดผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรมตั้งแต่การจัดหาเรือลำที่ 2 เป็นต้นไป

 
3. การจัดการเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช สำหรับปัญหาระบบป้องกันตนเองระยะประชิด (CIWS – Phalanx) ขัดข้องเมื่อปลายปี 2562 จากการหารือได้ข้อยุติว่าจะอัปเกรดเป็นรุ่นใหม่ โดยบริษัทผู้ผลิตรับผิดชอบตามหลักประกันสัญญา ในระหว่างนี้กองทัพเรือได้นำระบบอาวุธอื่นมาปฏิบัติภารกิจเสริมชั่วคราว

 
4. ข้อเสนอแนะจากที่ประชุม: ได้เสนอแนะให้กองทัพเรือเร่งดูแลสิทธิประโยชน์ และสวัสดิการของกำลังพลสายช่าง เพื่อป้องกันการย้ายออกจากระบบ พร้อมเสนอให้พิจารณาจัดหาเรือฟริเกตมือสองสภาพดีมาปรับปรุง หรือดัดแปลงเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งให้เพิ่มระบบอาวุธเพื่อเสริมกำลังรบ ตลอดจนส่งเสริมการต่อเรือในประเทศเพื่อมุ่งสู่การพึ่งพาตนเองในระยะยาว และเน้นย้ำเรื่องความโปร่งใส การกำหนดตัวชี้วัด TRL ที่ชัดเจน

นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา

Related posts