กาญจนบุรี-ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรีชี้แจงชัดเจนเดินหน้าผลักดันมรดกโลก

กาญจนบุรี-ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรีชี้แจงชัดเจนเดินหน้าผลักดันมรดกโลก

จังหวัดกาญจนบุรี จัดเวทีเสวนา “ถอดรหัสหน้าประวัติศาสตร์กาญจนบุรี จากสงครามโลกสู่เมืองท่องเที่ยววัฒนธรรม” :

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 เวลา 08.30 น. ณ ห้องประชุมสัตตบงกช อาคารพัชรปัญญา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี มอบหมายให้ นายฑรัท เหลืองสอาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เป็นประธานในพิธีเปิดเวทีเสวนา โดยมีผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิชาการ คณาจารย์ นักศึกษา และผู้สนใจเข้าร่วมกว่า 150 คน โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์จรายุทธ ประทีปวรกาญจน์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี กล่าวให้การต้อนรับ

นายสมนึก จันทร์เฉิด ประธานชมรมเครือข่ายวิชาชีพสื่อมวลชน (ประเทศไทย) กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดเสวนาในครั้งนี้ว่า เพื่อถอดบทเรียนจากอดีต แลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับผู้เชี่ยวชาญ บูรณาการแนวคิดด้านการอนุรักษ์ควบคู่กับการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ตลอดจนสร้างความตระหนักให้เยาวชนและประชาชนเห็นคุณค่าของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่น และต่อยอดสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของจังหวัด โดยกล่าวว่ากาญจนบุรีเป็นจังหวัดที่มีประวัติศาสตร์สำคัญ โดยเฉพาะเหตุการณ์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก แต่ปัจจุบันจังหวัดได้ก้าวสู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่มีความโดดเด่น ทั้งด้านวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และมรดกทางวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่า

ผู้ช่วยศาสตราจารย์จรายุทธ ประทีปวรกาญจน์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี กล่าวว่า มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับการศึกษาวิจัย การอนุรักษ์ และการเผยแพร่มรดกทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของท้องถิ่น รวมถึงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันพัฒนาจังหวัดบนพื้นฐานขององค์ความรู้และอัตลักษณ์ท้องถิ่น

นายฑรัท เหลืองสอาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า จังหวัดกาญจนบุรีมีชื่อเสียงจากประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่ 2 แต่สิ่งที่สำคัญในวันนี้คือการนำบทเรียนจากอดีตมาต่อยอดให้เกิดคุณค่าทางวัฒนธรรม และใช้เป็นต้นทุนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของจังหวัด การถอดรหัสประวัติศาสตร์มิใช่เพียงการย้อนมองอดีต แต่คือการทำความเข้าใจรากเหง้าเพื่อนำมาออกแบบอนาคต พร้อมนี้รองผู้ว่าราชการจังหวัดยังชี้ให้เห็นว่ากาญจนบุรียังมีศักยภาพอีกมาก ทั้งวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ ศิลปวัฒนธรรม และแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถพัฒนาให้มีคุณค่าและสร้างรายได้แก่ชุมชนได้อย่างยั่งยืน ดังนั้นทางจังหวัดจะดำเนินการต่อยอดและขยายศักยภาพทรัพยากรที่มีอยู่ พร้อมทั้งเดินหน้าผลักดันโครงการเสนอชื่อทางรถไฟสายมรณะเป็นมรดกโลกอย่างเป็นทางการ

ภายในงานได้มีการเชิญวิทยากรผู้ให้ข้อมูลทางประวัติศาสตร์มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวความเป็นมาของการสร้างทางรถไฟสายมรณะ โดยท่านได้เน้นย้ำว่า ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้มีเชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตร และแรงงานหลายชาติรวมกว่าแสนคน ได้สละชีวิตเพื่อหล่อหลอมให้เกิดเป็นทางรถไฟสายนี้ที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ในปัจจุบัน

จากนั้นในช่วงแรกของการเสวนา ได้มีการบรรยายพิเศษจากผู้ทรงคุณวุฒิ ในหัวข้อ “ถอดรหัสหน้าประวัติศาสตร์กาญจนบุรี จากสงครามโลกสู่เมืองท่องเที่ยววัฒนธรรม” โดย ผศ.บุญรอด ชลารักษ์

ต่อมาได้เข้าสู่ช่วงหัวใจสำคัญของงานเสวนาในครั้งนี้ นั่นคือการเสวนาในหัวข้อ “ย้อนรอย 10 ปี ผลการสำรวจและเสียงสะท้อน ทำไมทางรถไฟสายมรณะถึงต้องเป็นมรดกโลก?” โดยมีผู้ร่วมเสวนา 3 ท่าน ได้แก่ 1. คุณประพฤติ มลิผล (เล็ก บ้านใต้), 2. ดร.เศกสิทธิ์ ปักษี และ 3. ผศ.ดร.ปรัชญา เหลืองแดง ซึ่งร่วมกันแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับความเป็นไปได้และความสำคัญของการเสนอชื่อทางรถไฟสายมรณะเป็นมรดกโลก โดยหารือถึงแนวทางการอนุรักษ์ความจริงทางประวัติศาสตร์ไปพร้อมกับการผลักดันให้ทางรถไฟสายนี้ได้รับการรับรองจากนานาชาติในระดับโลก อันจะช่วยยกระดับคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของจังหวัดกาญจนบุรีให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล การเสวนาดำเนินรายการโดย อ.ศิวาวุฒม์ ชัยเชาวรินทร์ บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่เข้มข้นในประเด็นแนวทางการเสนอชื่อมรดกโลก การประเมินคุณค่ามรดก และความร่วมมือข้ามชาติ ทั้งนี้เพื่อนำทุนทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของจังหวัดกาญจนบุรีมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาในอนาคต

ในอนาคตข้างหน้า ทางจังหวัดกาญจนบุรีในฐานะผู้บริหารจะได้จัดตั้งกลไกการสื่อสารที่มีความสม่ำเสมอและโปร่งใสกับประชาชน เพื่อให้มั่นใจว่าในการดำเนินงานด้านการพัฒนาการท่องเที่ยว การอนุรักษ์มรดก และการผลักดันการเสนอชื่อเป็นมรดกโลกนั้น จะมีการอัปเดตความคืบหน้าและการตัดสินใจต่างๆ ให้สาธารณชนได้รับทราบอย่างทันท่วงที โดยภาครัฐจะจัดประชุมชี้แจงแก่ชุมชนเป็นประจำ จัดตั้งช่องทางการรับฟังความคิดเห็น และใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลในการอัปเดตสถานการณ์ของโครงการแบบเรียลไทม์ เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ มีส่วนร่วม และได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง ผ่านการปฏิสัมพันธ์อันดีระหว่างภาครัฐและประชาชน ซึ่งจะช่วยคุ้มครองสิทธิและตอบสนองความต้องการในการดำรงชีพของชาวท้องถิ่น ตลอดจนทำให้กระบวนการเสนอชื่อมรดกโลกและการเปลี่ยนผ่านสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมได้รับฉันทามติและความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในสังคม เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนจังหวัดกาญจนบุรีไปสู่เส้นทางการอนุรักษ์ประวัติศาสตร์และการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป

Related posts