แม่ฮ่องสอน-“แม่เลี้ยงผึ้ง” หญิงเดียวผู้จะเปลี่ยนแม่ฮ่องสอน

แม่ฮ่องสอน-“แม่เลี้ยงผึ้ง” หญิงเดียวผู้จะเปลี่ยนแม่ฮ่องสอน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพื้นที่ในเขตอำเภอสายใต้ ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งประกอบด้วย อำเภอแม่ลาน้อย อำเภอแม่สะเรียง และอำเภอสบเมย เนื่องจากทีมงานได้รับข้อมูลมาว่าในจังหวัดนี้มีผู้หญิงเพียงคนเดียวเท่านั้น ที่อาจหาญลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในเขต2 โดยทั้งจังหวัดมีผู้สมัครแข่งขันทุกรายล้วนเป็นผู้ชายทั้งสิ้น และที่แปลกไปมากกว่านั้นคือจากการตรวจสอบจากการข่าวเชิงลึกทุกสายข่าวและจากการลงพี้นที่สอบถามชาวบ้านในทุกพื้นที่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอนต่างพูดไปในทิศทางเดียวกันว่าเธอผู้นี้จะเป็นผู้คว้าชัยชนะในศึกเลือกตั้งในครั้งนี้อย่างแน่นอน เพราะชาวบ้านในเขต3 อำเภอสายใต้นั้น รักและชื่นชมในตัวเธอเธอเป็นอย่างมากรวมทั้งอีกหลายหมู่บ้านต่างฝากความหวังอีกหลายอย่างไว้กับเธอผู้นี้ และที่กล่าวมาข้างต้นก็จะเป็นใครไปไม่ได้ เพราะเธอผู้นี้คือ นางสุภิญกัลย์ พิภพสิทธิโภคิณ หรือที่ชาวบ้านทุกคนต่างเรียกเธอว่า”แม่เลี้ยงผึ้ง”เจ้าของกิจการโรงแรมบ้านผึ้ง แม่สะเรียง ผู้สมัครเขต 2 พรรคพลังประชารัฐ หมายเลข 7 เธอจบการศึกษาปริญญาโท รัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต ด้านนโยบายสาธารณะ จากมหาวิทยาลัยราชภัฎบ้านสมเด็จเจ้าพระยา เธอผู้นี้เป็นชาวแม่ฮ่องสอนโดยกำเนิด เธอเริ่มทำงานที่ อบต.เสาหิน และเคยเป็นครูที่วิทยาลับการอาชีพแม่สะเรียง ก่อนที่จะได้รับการบรรจุเป็นพนักงานของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธกส. ด้วยเหตุนี้เธอจึงได้คลุกคลีและสนิทสนมกับชาวบ้านในทุกระดับมาอย่างยาวนาน ก่อนที่เธอจะลาออกในตำแหน่งพนักงานสินเชื่อ ระดับ7 เมื่อปี 2562 เพื่อลงสมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อของพรรคพลังประชารัฐ แต่ครั้งนั้นเธอไม่ประสบความสำเร็จ แต่เธอก็ได้รับตำแหน่งทางการเมืองมาโดยตลอดตั้งแต่ปี 2562 โดยเริ่มจากได้รับตำแหน่งที่ปรึกษากิตติมศักดิ์จาก คณะกรรมาธิการพลังงาน ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ สนช. (พลเอกสกลธ์ สัจจานิตย์) ตามด้วยเป็นคณะทำงานที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม จากนั้นก็โยกมาเป็นเลขานุการประจำสำนักเลขานุการนายกรัฐมนตรี และที่เธอภาคภูมิใจมากที่สุดคือเธอได้เป็น คณะทำงานนายกรัฐมนตรี (พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา) จวบจนท่านพลเอกประยุทธ์ ครบวาระพ้นตำแหน่ง และตำแหน่งที่ปรึกษาของสมาชิกวุฒิสภา คือตำแหน่งสุดท้ายที่เธอลาออกก่อนที่เธอจะมาลงรับสมัคร สส.ในครั้งนี้ และตลอดระยะเวลาที่เธอได้ผ่านงานทางการเมืองระดับชาติของเธอนั้น เธอได้ให้ความช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาต่างๆของพ่อแม่พี่น้องในจังหวัดแม่ฮ่องสอนมาโดยตลอดจนเป็นที่ประจักษ์ และเมื่อได้เจาะลึกเข้าไปในโปรไฟน์และคอนเนคชั่นในด้านต่างๆของเธอนั้นก็จะไม่แปลกใจเลยว่าทำไมโพลทุกสำนักชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่าเธอจะได้รับความไว้วางใจจากชาวบ้านอย่างท้วมท้นในศึกเลือกตั้งครั้งนี้ จึงไม่แปลกใจเลยที่เธอกล้าที่จะลงรับสมัคร สส.ในครั้งนี้ นั่นเพราะเธอรู้ว่าชาวบ้านทุกคนนั้นได้ฝากความหวังในด้านต่างๆไว้กับเธออย่างมากมาย เพราะทุกครอบครัวอยากมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ต้องการให้เธอช่วยเปลี่ยนในสิ่งต่างๆให้ดีขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มชาติพันธุ์ที่จะต้องมีสิทธิขั้นพื้นฐานในด้านต่างๆที่ทัดเทียมเท่ากับคนทั่วไป และนี่คือสาเหตที่เธอตัดสินใจลงสมัคร สส.ในครั้งนี้

Related posts