“ทองปลอมระบาดออนไลน์ เสียหายปีละพันล้าน – สมาคมค้าทองคำเตือน XRF ตรวจได้แค่ผิว ซื้อร้านจริงปลอดภัยกว่า”

มิจฉาชีพพัฒนาวิธีปลอมทองซับซ้อน “ทองยัดไส้–เคลือบทองแท้” เครื่องตรวจ XRF ช่วยคัดกรองเบื้องต้นแต่ไม่แม่น 100% นายก สมาคมค้าทองคำ เตือนผู้บริโภคอย่าหลงเชื่อราคาถูกในร้านค้าออนไลน์

ปัญหาการหลอกขายทองคำปลอมกำลังกลายเป็นภัยทางเศรษฐกิจที่สร้างความเสียหายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย โดยเฉพาะการซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์ที่ตรวจสอบแหล่งที่มาได้ยาก ส่งผลให้ผู้บริโภค ร้านทอง และธุรกิจรับจำนำตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพจำนวนมาก

ข้อมูลจากวงการค้าทองประเมินว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มูลค่าความเสียหายจากทองปลอมในประเทศไทยอาจสูงกว่า 10,000 ล้านบาท หรือเฉลี่ยประมาณ 2,000 ล้านบาทต่อปี โดยคดีส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการนำทองปลอมมาขายให้ร้านทอง การจำนำทองปลอม หรือการขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ในราคาต่ำกว่าตลาดเพื่อหลอกลวงผู้ซื้อ

ผู้เชี่ยวชาญในวงการโลหะมีค่าระบุว่า ปัจจุบันมิจฉาชีพพัฒนาวิธีการปลอมทองให้ซับซ้อนขึ้นอย่างมาก ไม่ได้เป็นเพียงโลหะสีเหลืองธรรมดาเหมือนในอดีต แต่มีการใช้เทคนิค “ทองยัดไส้” ซึ่งภายนอกเป็นทองคำแท้ แต่ภายในเป็นโลหะชนิดอื่น เช่น ทังสเตน หรือโลหะผสมที่มีน้ำหนักใกล้เคียงกับทอง ทำให้การตรวจสอบด้วยวิธีพื้นฐานแทบไม่สามารถแยกออกได้
อีกเทคนิคที่พบมากคือ การเคลือบทองแท้หนา ๆ บนโลหะอื่น เพื่อให้เครื่องมือทั่วไปตรวจพบว่าเป็นทองคำบริสุทธิ์ ทั้งที่โครงสร้างภายในไม่ใช่ทองคำจริง
เครื่องตรวจ XRF ทางออกหรือแค่เครื่องมือคัดกรอง
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ร้านทองหลายแห่งเริ่มนำเครื่องตรวจโลหะด้วยเทคโนโลยี X-Ray Fluorescence (XRF) มาใช้ตรวจสอบทองคำ เครื่องดังกล่าวทำงานโดยยิงรังสีเอกซ์ไปที่โลหะแล้ววิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีของพื้นผิว
ข้อดีของเครื่อง XRF คือ
•ตรวจสอบได้รวดเร็วภายในไม่กี่วินาที
•ไม่ทำลายชิ้นงาน
•วิเคราะห์องค์ประกอบโลหะได้หลายชนิด
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญยอมรับว่าเครื่องมือดังกล่าว ไม่สามารถรับรองความถูกต้องได้ 100% เนื่องจากเครื่อง XRF วิเคราะห์ได้เฉพาะ “พื้นผิวภายนอกของโลหะ” เท่านั้น หากทองปลอมถูกเคลือบด้วยทองแท้หนา เครื่องก็อาจอ่านค่าเป็นทองคำบริสุทธิ์ได้
ดังนั้น การตรวจสอบทองคำในระดับมืออาชีพจึงต้องใช้หลายวิธีร่วมกัน เช่น การตรวจด้วยคลื่นอัลตราโซนิก การชั่งน้ำหนักเปรียบเทียบความหนาแน่น หรือการตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ
เตือนภัยจากสมาคมค้าทองคำ
จิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายก สมาคมค้าทองคำ ให้สัมภาษณ์เตือนว่า ปัญหาทองปลอมในปัจจุบันส่วนใหญ่เกิดจากการซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ขายที่ไม่มีตัวตนจริงตั้งร้านได้ง่าย
“ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูง หากพบว่าขายราคาถูกกว่าตลาดมาก ผู้บริโภคควรตั้งข้อสงสัยทันที เพราะร้านทองที่ถูกต้องต้องซื้อขายตามราคามาตรฐานของสมาคมค้าทองคำ”
เขากล่าวว่า ร้านทองจำนวนมากเริ่มใช้เครื่อง XRF เป็นเครื่องมือคัดกรองเบื้องต้น แต่ยังไม่สามารถรับประกันความถูกต้องได้ทั้งหมด
“เครื่อง XRF ตรวจได้เฉพาะพื้นผิว ถ้าคนทำปลอมใช้เทคนิคเคลือบทองหนา เครื่องก็อาจตรวจไม่เจอ ดังนั้นผู้ซื้อควรเลือกซื้อจากร้านทองที่มีหน้าร้านจริงและเชื่อถือได้”
⸻
ออนไลน์ช่องโหว่สำคัญ
ข้อมูลจากหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคระบุว่า การร้องเรียนเกี่ยวกับการหลอกขายทองผ่านออนไลน์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาทองคำปรับตัวสูง ทำให้มิจฉาชีพใช้กลยุทธ์ “ขายถูกกว่าตลาด” เพื่อหลอกล่อผู้ซื้อ
ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า การซื้อทองผ่านโซเชียลมีเดียหรือร้านค้าที่ไม่มีตัวตนชัดเจนมีความเสี่ยงสูง เพราะผู้ซื้อไม่สามารถตรวจสอบทองคำได้ก่อนรับสินค้า และบางกรณีเมื่อพบว่าเป็นทองปลอม ผู้ขายก็ปิดร้านหนีทันที
แม้เทคโนโลยีตรวจโลหะอย่างเครื่อง XRF จะช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการตรวจสอบทองคำ แต่ก็ยังไม่สามารถรับประกันความถูกต้องได้อย่างสมบูรณ์ โดยเฉพาะในกรณีทองปลอมที่ใช้เทคนิคเคลือบผิวหรือซ่อนโลหะอื่นไว้ภายใน
ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำว่า การซื้อทองจากร้านทองที่มีหน้าร้านจริงและมีความน่าเชื่อถือ ยังคงเป็นวิธีป้องกันความเสี่ยงที่ดีที่สุด ในยุคที่มิจฉาชีพพัฒนาเทคนิคปลอมทองได้แนบเนียนมากขึ้นทุกปี