กาญจนบุรี-ทวงคืนความหวัง 10 ปี ที่รอคอย : ปลุกกระแสหนุน “สะพานข้ามแม่น้ำแคว” สู่มรดกโลก :
กาญจนบุรี — หากพูดถึงแลนด์มาร์กทางประวัติศาสตร์ที่ทรงคุณค่าและมีชื่อเสียงระดับโลกในประเทศไทย ชื่อของ “สะพานข้ามแม่น้ำแคว” จังหวัดกาญจนบุรี ย่อมเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ผู้คนทั่วโลกนึกถึงในฐานะอนุสรณ์สถานแห่งสันติภาพและความทรงจำจากสงครามโลกครั้งที่ 2
ย้อนกลับไปเมื่อกว่า 10 ปีที่แล้ว เคยมีความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่จากทั้งภาครัฐ ภาควิชาการ และท้องถิ่น ในการทำวิจัยและเตรียมความพร้อมเพื่อผลักดันให้ทางรถไฟสายมรณะและสะพานข้ามแม่น้ำแควขึ้นทะเบียนเป็น “มรดกโลก” (World Heritage) โดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) ทว่าในปัจจุบัน กระแสความคืบหน้าดังกล่าวกลับเริ่มเงียบหายไปอย่างน่าเสียดาย
ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะร่วมกัน “ปัดฝุ่น” และส่งเสียงสนับสนุนให้โปรเจกต์แห่งความภาคภูมิใจนี้กลับมาขับเคลื่อนอีกครั้ง
การผลักดันสถานที่แห่งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของอดีต แต่คือการส่งต่อคุณค่าที่จับต้องได้สู่อนาคต ผ่านเกณฑ์มาตรฐานระดับสากล คุณค่าทางประวัติศาสตร์ สะพานแห่งนี้คือประจักษ์พยานชิ้นสำคัญของประวัติศาสตร์มวลมนุษยชาติ เป็นอนุสรณ์เตือนใจถึงความสูญเสียและคุณค่าของสันติภาพที่คนทั่วโลกเชื่อมโยงถึงกันได้
ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา มีผลงานวิจัย ข้อมูลเชิงประวัติศาสตร์ และการสำรวจพื้นที่รองรับไว้แล้วอย่างมากมาย ข้อมูลเหล่านี้พร้อมจะนำมาต่อยอดได้ทันทีโดยไม่ต้องนับหนึ่งใหม่ หากได้รับเลือกเป็นมรดกโลก จะเกิดการบริหารจัดการพื้นที่อย่างเป็นระบบ ช่วยอนุรักษ์ชุมชนโดยรอบ และดึงดูดนักท่องเที่ยวเชิงคุณภาพจากทั่วโลก ซึ่งจะสร้างรายได้หมุนเวียนให้เศรษฐกิจไทยอย่างมหาศาล
“สะพานข้ามแม่น้ำแควไม่ใช่แค่เหล็กและคอนกรีต แต่มันคือบันทึกหน้าสำคัญของโลก การปล่อยให้เรื่องนี้เงียบหายไป เท่ากับเรากำลังปล่อยให้โอกาสในการประกาศคุณค่าของประเทศไทยหลุดมือไปอย่างน่าเสียดาย”
นี่คือเสียงสะท้อนจากคนในพื้นที่และนักวิชาการ อย่าปล่อยให้ความตั้งใจ 10 ปี… กลายเป็นความเงียบ ความตั้งใจและความทุ่มเทของคณะทำงานเมื่อ 10 ปีก่อน ไม่ควรถูกทิ้งไว้ในหน้ากระดาษรายงานการวิจัย การส่งเสียงสนับสนุนในวันนี้จึงเป็นเรื่องเชิงบวกที่ทุกคนทำได้ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ หรือภาคประชาชน กลับมาจับมือและสานต่อข้อมูลอย่างจริงจัง จัดตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อปรับปรุงเอกสารให้เข้ากับเกณฑ์ปัจจุบันของยูเนสโก
“สะพานข้ามแม่น้ำแคว” มีต้นทุนทางประวัติศาสตร์ที่ประเมินค่าไม่ได้อยู่แล้วในตัวเอง สิ่งที่ขาดในตอนนี้มีเพียงอย่างเดียว คือ “แรงผลักดันที่ต่อเนื่อง” มาร่วมช่วยกันสนับสนุน ให้สะพานแห่งนี้เป็นมรดกของคนทั้งโลกอย่างเต็มภาคภูมิ